กันน้ำ 30 เมตร ไม่ได้แปลว่าดำน้ำได้ 30 เมตร — อ่านตัวเลขหลังเรือนให้เป็น
ตัวเลขที่เขียนว่า WATER RESIST 30M ไม่ได้หมายถึงความลึกที่ลงไปได้ แต่เป็นแรงดันที่ใช้ทดสอบในห้องแล็บ และนี่คือที่มาของนาฬิกาเสียจากน้ำจำนวนมาก
10 นาที · อัปเดต 2026-09-13

บทที่ 1 — ตัวเลขนั้นคือแรงดัน ไม่ใช่ความลึก
เวลาเห็นคำว่า WATER RESIST 30M คนส่วนใหญ่อ่านว่า "ลงน้ำได้ลึกสามสิบเมตร" ซึ่งไม่ตรงกับสิ่งที่ผู้ผลิตหมายถึงเลย ตัวเลขนั้นมาจากการทดสอบในห้องแล็บ โดยจุ่มนาฬิกาลงในแรงดันน้ำเทียบเท่าความลึกสามสิบเมตรในสภาวะ "นิ่ง" ไม่กี่นาที แล้วดูว่ามีน้ำเข้าหรือไม่
คำว่านิ่งสำคัญมาก เพราะในโลกจริงไม่มีใครเอานาฬิกาจุ่มนิ่ง ๆ แค่แกว่งแขนตอนว่ายน้ำ แรงดันชั่วขณะที่กระทำกับกระจกและขอบฝาหลังก็สูงกว่าค่าที่ทดสอบไว้หลายเท่าแล้ว การกดน้ำจากฝักบัวหรือการกระโดดลงสระก็ให้ผลแบบเดียวกัน
มาตรฐานที่ใช้กันทั่วโลกสำหรับนาฬิกาทั่วไปคือ ISO 22810 ส่วนนาฬิกาที่จะเขียนคำว่า DIVER ได้ ต้องผ่านมาตรฐานคนละตัวคือ ISO 6425 ซึ่งเข้มกว่ามาก ทั้งการทดสอบแรงดันเกินพิกัด การทนน้ำเค็ม การอ่านค่าในที่มืด และการทดสอบขอบหมุนบอกเวลา
หลักจำง่าย: ถ้าหลังเรือนเขียนแค่ WATER RESISTANT ให้ถือว่า "กันละอองน้ำ" ถ้าจะว่ายน้ำหรือดำน้ำ ต้องมีตัวเลขที่สูงพอ และถ้าจะดำน้ำลึกจริง ๆ ต้องมีคำว่า DIVER อยู่ด้วย
บทที่ 2 — ตัวเลขไหนทำอะไรได้บ้าง
- ไม่ระบุ / WATER RESISTANT เฉย ๆ — กันเหงื่อและละอองน้ำ ล้างมือได้ ห้ามอาบน้ำ ห้ามว่ายน้ำ
- 3 ATM (30M) — กันฝนและละอองน้ำ ยังไม่ควรอาบน้ำด้วย เพราะไอน้ำร้อนทำให้ยางขยายตัว
- 5 ATM (50M) — อาบน้ำเย็นพอได้ ว่ายน้ำเบา ๆ ได้ในนาฬิกาสภาพดี แต่ไม่ควรกระโดดน้ำ
- 10 ATM (100M) — ว่ายน้ำและดำผิวน้ำได้ตามปกติ
- 20 ATM (200M) ขึ้นไป และมีคำว่า DIVER — ใช้ดำน้ำลึกพร้อมถังอากาศได้ตามที่มาตรฐานกำหนด
สังเกตว่าช่วงที่คนเข้าใจผิดมากที่สุดคือ 3 ATM กับ 5 ATM เพราะเลขสามสิบกับห้าสิบเมตรฟังดูเยอะ ทั้งที่ในทางปฏิบัติคือ "อย่าเอาไปโดนน้ำแรง ๆ"

บทที่ 3 — ทำไมนาฬิกามือสองต้องคิดเผื่ออีกชั้น
สิ่งที่กันน้ำจริง ๆ ไม่ใช่ตัวเรือน แต่เป็นยางกันน้ำ (gasket) เส้นเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ตามฝาหลัง เม็ดมะยม และปุ่มกด ยางพวกนี้เป็นวัสดุที่เสื่อมตามเวลา ไม่ว่าจะใส่หรือไม่ใส่ก็ตาม เมื่อแข็งตัวหรือแตก มันก็ไม่กันอะไรอีกต่อไป
นั่นแปลว่าตัวเลข 20 ATM ที่ปั๊มไว้เมื่อสิบปีก่อน บอกได้แค่ว่า "ตอนออกจากโรงงานมันทำได้เท่านี้" ไม่ได้บอกว่าวันนี้ยังทำได้อยู่ ตัวเลขเป็นคุณสมบัติของนาฬิกาตอนใหม่ ไม่ใช่การรับประกันตลอดชีพ
ยิ่งถ้าเรือนนั้นเคยเปลี่ยนแบตเตอรี่มาแล้ว ยิ่งต้องถาม เพราะการเปิดฝาหลังคือการรื้อจุดกันน้ำจุดใหญ่ที่สุดออก ถ้าประกอบกลับโดยไม่เปลี่ยนยางและไม่ทดสอบแรงดันใหม่ นาฬิกาเรือนนั้นก็ไม่ได้กันน้ำตามที่เขียนไว้แล้ว
บทที่ 4 — คำถามที่ควรถามผู้ขายก่อนโอนเงิน
- เคยเปลี่ยนแบตเตอรี่มาแล้วกี่ครั้ง และเปลี่ยนที่ไหน
- ตอนเปลี่ยนแบต มีการเปลี่ยนยางกันน้ำและอัดกันน้ำใหม่หรือไม่
- เคยโดนน้ำทะเลหรือน้ำในสระที่มีคลอรีนบ่อยแค่ไหน
- เม็ดมะยมหมุนแล้วฝืดหรือหลวมผิดปกติหรือเปล่า
- เคยมีไอน้ำจับด้านในกระจกไหม แม้จะแค่ครั้งเดียว
ข้อสุดท้ายสำคัญที่สุด ไอน้ำจับในกระจกแม้เพียงครั้งเดียวแปลว่าน้ำเคยเข้าไปข้างในแล้ว ถึงวันนี้จะดูแห้งดี แต่ความชื้นที่เคยเข้าไปทำให้เกิดสนิมที่ชิ้นส่วนโลหะด้านในได้
ที่ BEZKET นาฬิกาทุกเรือนต้องส่งเข้ามาที่บริษัทฯ ให้ช่างตรวจก่อนส่งต่อ หนึ่งในสิ่งที่ช่างดูคือร่องรอยความชื้นและสภาพยางกันน้ำ ถ้าสภาพจริงไม่ตรงกับที่ประกาศไว้ เรือนนั้นจะถูกส่งกลับผู้ขาย
- · นิยามของการทดสอบและคำว่า DIVER อ้างอิงมาตรฐาน ISO 22810 (นาฬิกากันน้ำทั่วไป) และ ISO 6425 (นาฬิกาดำน้ำ)
- · คำแนะนำการใช้งานตามระดับ ATM อ้างอิงคู่มือผู้ใช้ของผู้ผลิตนาฬิกา ซึ่งระบุข้อจำกัดไว้ตรงกัน
- · เรื่องยางกันน้ำเสื่อมตามเวลาและร่องรอยความชื้น มาจากการตรวจนาฬิกาเข้าออกที่ร้านเราเอง
- · ภาพประกอบทั้งหมดเป็นภาพถ่ายสินค้าของร้านเราเอง
มีเรือนที่ไม่ได้ใส่อยู่ไหม
ลงประกาศฟรี ระบบแสดงยอดที่คุณจะได้รับก่อนยืนยันการลงประกาศ