ตลาดนาฬิกามือสอง
ช่างตรวจสอบสินค้าจริงก่อนจัดส่งถึงผู้ซื้อหากไม่ใช่ของแท้ คืนเงินเต็มจำนวนชำระเงินกับบริษัทฯ ไม่ใช่โอนให้บุคคลที่ไม่รู้จักโทร 082-620-4442
เรื่องเล่าทั้งหมดเลือกให้ถูก

เรซินหรือโลหะ — เลือกวัสดุตัวเรือนให้ตรงกับชีวิตจริงของคุณ

เรือนเดียวกัน ทรงเดียวกัน เปลี่ยนแค่วัสดุขอบหน้าปัด น้ำหนักต่างกันเท่าตัว และความรู้สึกตอนใส่ก็คนละเรื่อง

9 นาที · อัปเดต 2026-09-13

นาฬิกา G-SHOCK ทรงแปดเหลี่ยมตัวเรือนเรซิน

บทที่ 1 — เรซินไม่ใช่ "พลาสติกราคาถูก"

คำว่าเรซินทำให้หลายคนคิดถึงพลาสติกกล่องข้าว แต่วัสดุที่ใช้ทำตัวเรือนนาฬิกาคนละเกรดกันโดยสิ้นเชิง มันถูกเลือกมาเพราะคุณสมบัติหนึ่งที่โลหะทำไม่ได้ คือการยุบตัวเพื่อรับแรงกระแทกแล้วคืนรูป

เวลานาฬิกาตกกระแทกพื้น ตัวเรือนโลหะจะถ่ายแรงนั้นเข้าไปที่เครื่องข้างในเกือบทั้งหมด ส่วนเรซินจะดูดซับแรงบางส่วนไว้ก่อน นี่คือเหตุผลที่นาฬิกาที่ออกแบบมาเพื่อความทนทานโดยเฉพาะ ถึงเลือกใช้เรซินเป็นโครงหลัก แล้วค่อยเติมโลหะเข้าไปเป็นส่วนประกอบทีหลัง

G-SHOCK GA-2100 ตัวเรือนเรซินบาง
รุ่นตัวเรือนเรซินล้วนมักบางและเบากว่าอย่างเห็นได้ชัด ใส่นอนหรือใส่ทั้งวันได้โดยไม่รำคาญ

บทที่ 2 — โลหะให้อะไรกลับมา

สิ่งที่โลหะให้คือสองอย่างที่เรซินให้ไม่ได้ หนึ่งคือผิวสัมผัสและประกายที่ดูเป็นทางการ สองคือน้ำหนักที่ทำให้รู้สึกว่านาฬิกา "แน่น" อยู่บนข้อมือ ซึ่งหลายคนตีความว่าเป็นความหรู

แต่น้ำหนักก็มาพร้อมข้อเสีย ใส่ทั้งวันแล้วเมื่อยกว่า และถ้าเป็นขอบหน้าปัดโลหะ รอยที่เกิดขึ้นจะเป็นรอยถาวรกว่าเรซิน เพราะเรซินเป็นรอยแล้วดูกลืนไปกับผิวด้าน ส่วนโลหะขัดเงาเป็นรอยเมื่อไรจะเห็นชัดทันทีในทุกมุมแสง

  • น้ำหนัก — เรซินล้วนเบากว่าเรือนที่มีขอบโลหะอย่างชัดเจน ต่างกันได้ถึงเท่าตัวในทรงเดียวกัน
  • รอย — เรซินเป็นรอยง่ายแต่ไม่สะดุดตา · โลหะขัดเงาเป็นรอยแล้วเห็นชัดมาก
  • ความร้อน — โลหะรับความร้อนจากแดดเร็วกว่า ใส่กลางแจ้งนาน ๆ จะรู้สึกได้
  • ราคาขายต่อ — รุ่นขอบโลหะมักรักษาราคาได้ดีกว่าในตลาดมือสอง เพราะผลิตน้อยกว่าและคนมองว่าเป็นรุ่นบน
นาฬิกา G-SHOCK ขอบหน้าปัดโลหะ
รุ่นที่เติมขอบโลหะเข้าไปบนโครงเรซินเดิม — ได้ผิวสัมผัสแบบโลหะโดยยังเก็บความทนของโครงเรซินไว้

บทที่ 3 — ซื้อมือสอง ดูคนละจุดกัน

ของสองแบบนี้เสื่อมคนละทาง เวลาตรวจสภาพจึงต้องดูคนละจุด ถ้าใช้เช็กลิสต์เดียวกันทั้งสองแบบ จะพลาดจุดสำคัญของอีกแบบเสมอ

  • ตัวเรือนเรซิน — ดูรอยแตกลายงาที่หูสายและรูสาย เป็นจุดที่รับแรงดึงมากที่สุดและซ่อมไม่ได้
  • ตัวเรือนเรซิน — ดูว่าเรซินซีดหรือเปลี่ยนสีจากแดดหรือไม่ โดยเฉพาะสีขาวและสีอ่อน
  • ขอบโลหะ — ดูรอยบิ่นที่มุม ซึ่งบอกว่าเคยกระแทกแรง และดูว่าสีเคลือบลอกตรงขอบหรือยัง
  • ขอบโลหะ — ดูสกรูยึดขอบว่าครบและไม่มีรอยขันจนบิ่น เพราะเป็นจุดที่คนแกะเองทำพังบ่อย
  • ทั้งสองแบบ — ดูฝาหลังว่าอ่านรหัสรุ่นได้ชัด และเทียบกับที่ผู้ขายกรอกไว้ในประกาศ

บทที่ 4 — สรุปสั้น ๆ ว่าใครควรเลือกอะไร

ถ้าคุณใส่นาฬิกาทำงานที่ต้องใช้แรง ออกกำลังกาย หรือใส่ติดข้อมือทั้งวันทั้งคืน เรซินคือคำตอบที่ตรงไปตรงมากว่า เบา ไม่เมื่อย และเป็นรอยแล้วไม่ต้องเสียดาย

ถ้าคุณใส่เพื่อให้เข้ากับเสื้อผ้าและอยากได้ความรู้สึกที่ดูมีราคา ขอบโลหะจะตอบโจทย์กว่า โดยแลกกับน้ำหนักและความระมัดระวังที่ต้องมีมากขึ้น

และถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ ลองดูราคากลางของทั้งสองรุ่นเทียบกันก่อน ตัวเลขจากเรือนที่ขายออกไปแล้วจริงมักบอกได้ดีกว่าความรู้สึกว่ารุ่นไหนคนอยากได้มากกว่ากัน

ที่มาของข้อมูล
  • · คุณสมบัติของวัสดุตัวเรือนและน้ำหนักของแต่ละรุ่น อ้างอิงหน้าข้อมูลผลิตภัณฑ์ของผู้ผลิต
  • · ลำดับการเสื่อมของเรซินและขอบโลหะ มาจากการตรวจนาฬิกาเข้าออกที่ร้านเราเอง
  • · ภาพประกอบทั้งหมดเป็นภาพถ่ายสินค้าของร้านเราเอง

มีเรือนที่ไม่ได้ใส่อยู่ไหม

ลงประกาศฟรี ระบบแสดงยอดที่คุณจะได้รับก่อนยืนยันการลงประกาศ

อ่านต่อ
ประวัติศาสตร์
นาฬิกาที่พังไม่ได้ — ประวัติ CASIO G-SHOCK ตั้งแต่เรือนแรกถึงวันนี้
เจาะรุ่น
ทรงสี่เหลี่ยม — ทำไมซีรีส์ 5600 ถึงเป็น G-SHOCK ที่คนแนะนำให้ซื้อเรือนแรกเสมอ
ปรากฏการณ์
GA-2100 — แปดเหลี่ยมที่ทำให้คนที่ไม่เคยสนใจ G-SHOCK กลับมาใส่อีกครั้ง
เจาะรุ่น
F-91W — นาฬิกาพลาสติกราคาไม่กี่ร้อยที่คาสิโอขายได้มากที่สุดในโลก
เจาะรุ่น
A158 — นาฬิกาเหล็กเรือนเล็กของคาสิโอ ที่คนรุ่นใหม่กลับมาใส่อีกครั้ง
รู้ไว้ก่อนซื้อ
กันน้ำ 30 เมตร ไม่ได้แปลว่าดำน้ำได้ 30 เมตร — อ่านตัวเลขหลังเรือนให้เป็น
รู้ไว้ก่อนซื้อ
เปลี่ยนแบตเองได้ไหม — และทำไมช่างถึงยืนยันว่าต้องอัดกันน้ำใหม่ทุกครั้ง
ความรู้
SEIKO 5 — เครื่องออโตเมติกที่ทำให้คนทั่วไปเข้าถึงนาฬิกากลไกได้